5 ปัจจัยที่จะไม่เหมือนเดิม หลังการเลือกตั้งสหรัฐ
.
1. สหรัฐจะไม่ใช้ นโยบาย โดดเดี่ยวตนเอง
ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ จะถูก โจ ไบเดน เปลี่ยนแปลงโดยให้สหรัฐเข้ามามีอิทธิพลต่อกลุ่มพันธมิตรระหว่างประเทศ อีกครั้ง ทำให้ประเทศสหรัฐได้รับความร่วมมือทางเมือง เศรษฐกิจการค้า อีกครั้ง ซึ่งเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโลก
ดุลอำนาจระหว่างประเทศในระดับโลกจะอยู่ในลักษณะพหุภาคีมากขึ้น สหรัฐกับ สหภาพยุโรป จะมีความใกล้ชิดกันมากขึ้นหลังจากที่ ทรัมป์มีนโยบายแยกผลปรโยชน์ของอเมริกาออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป ล่าสุด มีการสั่งถอนทหารออกจากเยอรมัน จำนวน 12,000 นาย
การเลิกนโยบายนี้เป็นแนวโน้มเป็นไปทางบวกกับเศรษฐกิจโลกซึ่งต่างจากเดิมที่ทรัมป์จะเน้นการเจรแบบทวิภาคี และะออกจากกลุ่มพหุภาคีต่างๆไปมากทำให้ การเจรจาระหว่างการค้าประเทศเป็นไปด้วยความยากลำบาก
.
2. สงครามการค้าของสหรัฐ และจีน ยังคงความเข้มข้นในการเจรจาการค้า
เงื่อนไขการกีดกันและต่อสู้กันทางการค้า จะมีแนวโน้มที่จะตกลงกันได้ในเชิงสัญญาทางการค้าระหว่างประเทศได้มากขึ้น ดุลอำนาจระหว่างจีนและสหรัฐ จะเป็นการเจรจา บนโต๊ะ พหุภาคี ระหว่างประเทศมากขึ้นโดยคาดว่าสหรัฐจะกลับ เข้ามามีบทบาทใน WTO, WHO, Apec และ TPP และโต๊ะเจรจาระหว่างประเทศมากขึ้น
.
3. นโยบาย Lockdown ปิดประเทศ เพื่อควบคุมโควิด-19
เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 แต่จะเกิดการชะงักงันทางเศรษฐกิจในประเทศอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้ นโยบาย อัดฉีดภาครัฐของสหรัฐ QE จะยังคงใช้อย่างต่อเนื่อง และความรุนแรงของ สภาวะ Depression ใน เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีต่อเนื่อง เป็นผลบวกต่อราคาทองคำ
.
4. ความรุนแรงของการประท้วงเนื่องจากปัญหาการเหยียดผิว
มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากโจไบเดนมีภาพลักษณะที่จะเข้ามาดูแลปัญหาเรื่องเชื้อชาติ และการเหยียดผิวได้ดีกว่าโดนัล ทรัมป์
.
5. สรุปหากภาพรวม
หากโจ ไบเดน เป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง ความเสี่ยงทางการเมือง การเมืองระหว่างประเทศ การค้าระหว่างประเทศ และการควบคุมสถานการณ์โควิด-19 จะลดลง แนวโน้มเหล่านี้ส่งผลต่อราคาทองคำในทางลบ แต่ความเสี่ยงของเศรษฐกิจในประเทศสหรัฐจะสูงขึ้นจากการปิดประเทศเพื่อควบคุมโรค การใช้ QE ในการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐจะมีต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลบวกต่อราคาทองคำ
ในทางกลับกันหาก โดนัล ทรัมป์ เป็นฝ่ายชนะ จะเน้นที่การอัดฉีดภาครัฐอย่างหนักหน่วง รวมถึงดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบแข็งกร้าว จะทำให้ภาวการเมืองโลกมีแนวโน้มตึงเครียดสูง เป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก และเป็นผลบวกต่อทองคำครับ
ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ข่าวสารอย่างต่อเนื่องหลังการเลือกตั้ง