การซื้อทองคำในส่วนของการเป็นทุนสำรองของธนาคารกลางทั่วโลก จากช่วงไตรมาส 1 ของ ปี 63 จนถึงไตรมาส 4 พบว่าในไตรมาส 1-2 มีการซื้อทองคำ อยู่ที่ระดับสูงกว่า 100 ตันต่อไตรมาส จนในไตรมาส 3ที่ราคาทองคำทำนิวไฮส์ที่ระดับ 2075$ เป็นจุดที่ความต้องการซื้อทองคำเพื่อเป็นทุนสำรองลดลงต่ำสุด จนติดลบ หรือขายออกไปแต่ในไตรมาส 4เริ่มกลับฟื้นตัว มาที่ใกล้ระดับ 50 ตันต่อไตรมาส



การซื้อทองคำในส่วนของการเป็นทุนสำรองของธนาคารกลางทั่วโลก จากช่วงไตรมาส 1 ของ ปี 63 จนถึงไตรมาส 4 พบว่าในไตรมาส 1-2 มีการซื้อทองคำ อยู่ที่ระดับสูงกว่า 100 ตันต่อไตรมาส จนในไตรมาส 3ที่ราคาทองคำทำนิวไฮส์ที่ระดับ 2075$ เป็นจุดที่ความต้องการซื้อทองคำเพื่อเป็นทุนสำรองลดลงต่ำสุด จนติดลบ หรือขายออกไปแต่ในไตรมาส 4 เริ่มกลับฟื้นตัว มาที่ใกล้ระดับ 50 ตันต่อไตรมาส




การซื้อทองคำ เพิ่อการการลงทุน ในไตรมาส 1-3 ในปี63 อยู่ ในระดับใกล้เคียง 600 ตันต่อไตรมาส ซึ่งสอดคล้องกับความกังวลในภาวะวิกฤต Covid19 ในฐานะเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยของทองคำ จนไตรมาส 4ความต้องการทองคำเพื่อลงทุน ลดลงอย่างรวดเร็วจนอยู่ในระดับใกล้เคียง150 ตันต่อไตรมาส เนื่องจากการประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา


ความต้องการ ทองคำ ในส่วนของอุตสาหกรรมอิเลกโทรนิค ในช่วงไตรมาส 1-2 ของปี 63 ได้ลดต่ำลงจนอยู่ระดับใกล้เคียงที่70ตันต่อไตรมาส จนไตรมาส 3-4 จึงฟื้นตัวมาอยู่ที่ระดับ 80 -85 ตันต่อไตรมาสซึ่งสะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมอิเลกโทรนิคที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิดด้วย



ความต้องการทองคำในส่วนของอุตสาหกรรมเครื่องประดับ ในช่วงไตรมาส 1-3 ของปี63 ได้ลดลงจนเป็นประวัติการณ์ จนอยู่ในระดับ 250 -350 ตันต่อไตรมาส แต่ในไตรมาส 4 สามารถฟื้นตัวมาอยู่ระดับใกล้เคียง 500ตันต่อไตรมาส ซึ่งเป็นระดับปกติก่อนช่วงโควิด19ได้

สรุป อุปสงค์ความต้องการของทองคำในปี 63 ในไตรมาส 1-2 ของปี 63 มีความต้องการสูงอยู่ในระดับใกล้เคียง 1000ตันต่อไตรมาส จนสถานการณ์ Coivid 19 ในไตรมาส 3-4 ความต้องการลดลงเหลือที่ระดับใกล้เคียง750 ตันต่อไตรมาสเท่านั้น โดยอุปสงค์ที่ลดลงชัดเจนเกิดจากความต้องการในกลุ่มการลงทุนทองคำที่มีมุมทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจากความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีน ต่อจากนี้แนวโน้มของความต้องการซื้อทองคำยังคงขึ้นอยู่กับเหตุการณ์การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องติดตามต่อไป